เมื่อเวลา 05.34 น. วันที่ 16 ส.ค. พระเทพวิสุทธิมงคล หรือ หลวงปู่ศรี มหาวีโร พระดังสายวิปัสสนากรรมฐาน ศิษย์รุ่นสุดท้ายของหลวงปู่มั่น ภูริทตฺโต ละสังขารด้วยโรคชรา ภายในศาลากลางน้ำ วัดประชาคมวนาราม (ป่ากุง) อ.ศรีสมเด็จ จ.ร้อยเอ็ด รวมอายุ 94 ปี 3 เดือน 13 วัน พรรษา 65
ทั้งนี้ หลังจากพระเทพวิสุทธิมงคล หรือ หลวงปู่ศรี อาพาธมาตั้งแต่ ปีพ.ศ. 2550 ญาติโยมและศิษยานุศิษย์ทั้งหลายได้พาหลวงปู่เข้ารักษาตัวที่รพ.ศรีนครินทร์ จ.ขอนแก่น หลายครั้ง ครั้งล่าสุด ตั้งแต่วันที่ 28 มีนาคม 2554 ด้วยอาการปอดอักเสบติดเชื้อ คณะแพทย์ถวายการรักษาจนอาการดีขึ้น ประมาณกลางเดือนกรกฏาคม พบว่าการทำงานของหัวใจท่านลดลงเหลือร้อยละ 30 และส่งผลให้เลือดไปเลี้ยงที่ไตและลำไส้ลดลง ทำให้อาการไตเสื่อมเพิ่มมากขึ้น และลำไส้ไม่ทำงานไม่สามารถถวายอาหารได้ คณะแพทย์ผู้รักษาได้ประชุมปรึกษาหารือกับคณะสงฆ์และญาติโยม จึงได้ตกลงกราบนิมนต์หลวงปู่กลับมารักษาแบบประคับประคองที่วัดป่ากุง จังหวัดร้อยเอ็ด ตั้งแต่วันที่ 27 กรกฏาคม 2554 โดยคณะแพทย์ผู้รักษาจากโรงพยาบาลศรีนครินทร์ จังหวัดขอนแก่น โรงพยาบาลร้อยเอ็ด และโรงพระยาบาลศรีสมเด็จ จังหวัดร้อยเอ็ด ถวายการรักษาและการพยาบาลอย่างต่อเนื่อง อาการอาฑาธหลวงปู่คงที่ โดยที่การทำงานของไตลดลงตามลำดับ
กระทั่งวันที่ 16 สิงหาคม 2554 เวลา 04.00 น. หลวงปู่ศรีมีอาการไอมีเสมหะ แพทย์ดูดเสมหะและพลิกตะแคงตัวตามปกติ ขณะนั้นสัญญาณชีพหลวงปู่ปกติ แต่ต่อมาเวลา 05.00 น. หลวงปู่เริ่มหายใจอ่อนแรง
เวลา 05.10น. แพทย์ตรวจคลื่นหัวใจ พบว่า อัตราการเต้นของหัวใจช้าลงเหลือ 20-30 ครั้งต่อนาที การหายใจช้าและเบาลง ขณะนั้นพระผู้ดูแล แพทย์ และบุรุษพยาบาล เฝ้าสังเกตอาการอย่างใกล้ชิดตลอดเวลา จนกระทั่งเวลา 05.34 น. หลวงปู่หัวใจหยุดเต้น หยุดหายใจ และละสังขารอย่างสงบ สิริอายุรวม 94 ปี 3 เดือน 13 วัน พรรษา 65 โดยมีศิษยานุศิษย์ และประชาชนทั้งใน จ.ร้อยเอ็ด และจากทั่วทุกสารทิศที่ทราบข่าวการละสังขารของท่านต่างหลั่งไหลเดินทางมาเยี่ยมอย่างไม่ขาดสาย ขณะนี้นายสมศักดิ์ ขำทวีพรหม ผวจ.ร้อยเอ็ด เตรียมประชุมกับ ส่วนราชการที่เกี่ยวข้อง และศิษยานุศิษย์ เพื่อทำเรื่องขอพระราชทานน้ำหลวงอาบศพให้แก่หลวงปู่ เนื่องจากเป็นพระผู้ใหญ่ที่ได้สมณศักดิ์ พัดยศจากพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวฯชั้นสุดท้ายเป็นพระราชาคณะชั้นเทพ “พระเทพวิสุทธิมงคล”เบื้องต้นตั้งศพบำเพ็ญกุศลไว้ที่ศาลากลางน้ำ ส่วนพิธีการอื่นๆ นั้นอยู่ระหว่างการดำเนินการหาข้อสรุป
ทั้งนี้ หลังจากพระเทพวิสุทธิมงคล หรือ หลวงปู่ศรี อาพาธมาตั้งแต่ ปีพ.ศ. 2550 ญาติโยมและศิษยานุศิษย์ทั้งหลายได้พาหลวงปู่เข้ารักษาตัวที่รพ.ศรีนครินทร์ จ.ขอนแก่น หลายครั้ง ครั้งล่าสุด ตั้งแต่วันที่ 28 มีนาคม 2554 ด้วยอาการปอดอักเสบติดเชื้อ คณะแพทย์ถวายการรักษาจนอาการดีขึ้น ประมาณกลางเดือนกรกฏาคม พบว่าการทำงานของหัวใจท่านลดลงเหลือร้อยละ 30 และส่งผลให้เลือดไปเลี้ยงที่ไตและลำไส้ลดลง ทำให้อาการไตเสื่อมเพิ่มมากขึ้น และลำไส้ไม่ทำงานไม่สามารถถวายอาหารได้ คณะแพทย์ผู้รักษาได้ประชุมปรึกษาหารือกับคณะสงฆ์และญาติโยม จึงได้ตกลงกราบนิมนต์หลวงปู่กลับมารักษาแบบประคับประคองที่วัดป่ากุง จังหวัดร้อยเอ็ด ตั้งแต่วันที่ 27 กรกฏาคม 2554 โดยคณะแพทย์ผู้รักษาจากโรงพยาบาลศรีนครินทร์ จังหวัดขอนแก่น โรงพยาบาลร้อยเอ็ด และโรงพระยาบาลศรีสมเด็จ จังหวัดร้อยเอ็ด ถวายการรักษาและการพยาบาลอย่างต่อเนื่อง อาการอาฑาธหลวงปู่คงที่ โดยที่การทำงานของไตลดลงตามลำดับ
กระทั่งวันที่ 16 สิงหาคม 2554 เวลา 04.00 น. หลวงปู่ศรีมีอาการไอมีเสมหะ แพทย์ดูดเสมหะและพลิกตะแคงตัวตามปกติ ขณะนั้นสัญญาณชีพหลวงปู่ปกติ แต่ต่อมาเวลา 05.00 น. หลวงปู่เริ่มหายใจอ่อนแรง
เวลา 05.10น. แพทย์ตรวจคลื่นหัวใจ พบว่า อัตราการเต้นของหัวใจช้าลงเหลือ 20-30 ครั้งต่อนาที การหายใจช้าและเบาลง ขณะนั้นพระผู้ดูแล แพทย์ และบุรุษพยาบาล เฝ้าสังเกตอาการอย่างใกล้ชิดตลอดเวลา จนกระทั่งเวลา 05.34 น. หลวงปู่หัวใจหยุดเต้น หยุดหายใจ และละสังขารอย่างสงบ สิริอายุรวม 94 ปี 3 เดือน 13 วัน พรรษา 65 โดยมีศิษยานุศิษย์ และประชาชนทั้งใน จ.ร้อยเอ็ด และจากทั่วทุกสารทิศที่ทราบข่าวการละสังขารของท่านต่างหลั่งไหลเดินทางมาเยี่ยมอย่างไม่ขาดสาย ขณะนี้นายสมศักดิ์ ขำทวีพรหม ผวจ.ร้อยเอ็ด เตรียมประชุมกับ ส่วนราชการที่เกี่ยวข้อง และศิษยานุศิษย์ เพื่อทำเรื่องขอพระราชทานน้ำหลวงอาบศพให้แก่หลวงปู่ เนื่องจากเป็นพระผู้ใหญ่ที่ได้สมณศักดิ์ พัดยศจากพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวฯชั้นสุดท้ายเป็นพระราชาคณะชั้นเทพ “พระเทพวิสุทธิมงคล”เบื้องต้นตั้งศพบำเพ็ญกุศลไว้ที่ศาลากลางน้ำ ส่วนพิธีการอื่นๆ นั้นอยู่ระหว่างการดำเนินการหาข้อสรุป

ไม่มีความคิดเห็น:
แสดงความคิดเห็น